| |
"สรรพสามิต"สวนหมัดค้านลดภาษีแอร์
สรรพสามิตค้านสุดตัวลดภาษีแอร์ต่ำกว่า 72,000 BTU ยืนกรานสินค้าฟุ่มเฟือย ขณะที่ รมว.คลังยันพิจารณาเร็วที่สุดทันทีที่สภาอุตฯยื่นเรื่องถึง ด้านธุรกิจสปาเตรียมเฮ ยกร่างเลิกเก็บภาษีสรรพสามิต ตั้งเงื่อนไขสาธารณสุขต้องรับรองไม่ใช่อาบอบนวด
น.พ.พฤฒิชัย ดำรงรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ตนได้มีการหารือกับโรงงานผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศอย่างไม่เป็นทางการ โดยโรงงานผู้ผลิตได้ขอให้ทางกระทรวงการคลังพิจารณายกเว้นภาษีสรรพสามิตที่เก็บจากเครื่องปรับอากาศที่มีขนาดต่ำกว่า 72,000 BTU เนื่องจากผู้ผลิตภายในประเทศไม่สามารถแข่งขันกับเครื่องปรับอากาศที่นำเข้ามาได้ ภายหลังจากที่รัฐบาลชุดก่อนได้มีการเปิดเขตการค้าเสรีไทย-จีน ส่งผลทำให้อัตราภาษีนำเข้าที่เคยตั้งเป็นกำแพงคุ้มครองผู้ผลิตภายในประเทศต้องปรับอัตราลดต่ำลงตามข้อตกลงทางการค้า
"ปัจจุบันกรมสรรพสามิตไม่ได้เก็บภาษีแอร์ที่มีขนาดใหญ่เกินกว่า 72,000 BTU ที่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมท่องเที่ยว แต่ถ้าจะให้พิจารณายกเลิกภาษีสรรพสามิตแอร์ไปเลยคงจะต้องขอเวลาศึกษาอย่างละเอียดก่อน ขณะนี้ผมยังไม่ได้รับเรื่องจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเลย" น.พ.พฤฒิชัยกล่าว
นอกจากเรื่องภาษีเครื่องปรับอากาศแล้ว ตนได้สั่งให้กรมสรรพสามิตไปศึกษาหาทางยกเว้นภาษีสรรพสามิตให้กับผู้ประกอบธุรกิจสปาที่ต้องเสียเช่นเดียวกับอาบอบนวด ทั้งๆ ที่เป็นการให้บริการเพื่อสุขภาพ โดยตนมอบหมายให้กรมสรรพสามิตกำหนดนิยามหรือคำจำกัดความของธุรกิจสปากับ ธุรกิจอาบอบนวดให้ชัดเจน เพื่อทำให้ธุรกิจสปาได้รับการยกเว้นภาษีสรรพสามิต
แหล่งข่าวจากกรมสรรพสามิตเปิดเผยว่า ยังไม่ได้รับหนังสือจากสภาอุตฯอย่างเป็นทางการ สาเหตุที่ต้องเก็บภาษีสรรพสามิตเนื่องจากทางกรมมองว่าเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย เพราะจากประชากร 60 ล้านคน มีคนฐานะดีติดตั้งเครื่องปรับอากาศขนาดเล็กไว้ในห้องนอน หรือห้องนั่งเล่นไม่ถึง 5% ของประชากรทั้งหมด และยังมีผลกระทบต่อภาวะโลกร้อนด้วย
เรื่องยกเว้นภาษีสรรพสามิตที่เก็บจากธุรกิจสปาในอัตรา 10% กรมสรรพสามิตกำลังอยู่ในระหว่างการร่างประกาศกรมสรรพสามิตเพื่อยกเว้นภาษี แต่มีเงื่อนไขสำคัญคือผู้ประกอบการสปาควรจะต้องมีใบรับรองจากกระทรวงสาธารณสุขว่าเป็นสถานบำบัดรักษาร่างกายเท่านั้น ถึงจะได้รับการยกเว้นภาษี
นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า "ขณะนี้ผมยังไม่เห็นข้อมูลอะไรเลย แต่ก็ได้ยินความเดือดร้อนของผู้ผลิตแอร์ภายในประเทศว่ามีปัญหาไม่สามารถแข่งขันกับเครื่องปรับอากาศที่นำเข้ามาจากประเทศจีนได้ ทันทีที่เรื่องมาถึงผม ก็จะพิจารณาให้ แต่ขณะนี้ยังให้คำตอบไม่ได้ ต้องขอเวลาศึกษาก่อน"
นางสาวพภัสสรณ์ พรธารักษ์เจริญ ผู้จัดการผลิตภัณฑ์เครื่องปรับอากาศ บริษัทไฮเออร์ อิเลคทริอล แอพพลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ให้ความเห็นว่า ปัจจุบันภาษีสรรพสามิตในเครื่องปรับอากาศเป็นสัดส่วนที่สูงกว่า 16% ทำให้ต้นทุนราคาขายสูงตาม แต่ถ้าภาครัฐมีมาตรการยกเลิกการจัดเก็บก็ย่อมต้องส่งผลดีต่อภาพรวมตลาด ทั้งในส่วนผู้ประกอบการและลูกค้าเอง จากภาพการแข่งขันจะมีสีสันและคึกคักขึ้น ด้วยโครงสร้างราคาขายทั้งตลาดที่ต้องปรับลดลง แต่ละค่ายมีเงินเข้ามาสนับสนุนกิจกรรมทางการตลาดที่หลากหลายรูปแบบมากขึ้น รวมทั้งตลาดสามารถขยายฐานในวงกว้างขึ้น ลูกค้าเข้าถึงตลาดแอร์ได้มากขึ้น จากราคาที่จูงใจ
อย่างไรก็ตามการที่ราคาปรับลดลงย่อมส่งผลให้มูลค่าตลาดรวมลดลงตามโครงสร้างภาษีที่ปรับลด และไม่ได้มีผลต่อการปรับเปลี่ยนต้นทุนในด้านโรงงานฝ่ายผลิตมากนัก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาพรวมตลาดแอร์ปีนี้ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจมาตั้งแต่ต้นปีที่เป็นฤดูขายสำคัญ โดยประเมินกันว่าถ้าโชคดีและผู้ประกอบการแต่ละรายมีกลยุทธ์กระตุ้นในรูปแบบที่หลากหลายจะช่วยให้ตลาดทรงตัวจากปีที่แล้วด้วยมูลค่า 1 หมื่นล้านบาท หรือประมาณ 5 แสนยูนิต แต่ถ้าเร่งทำตลาดไม่ขึ้นจริงๆ ภาพรวมอาจต้องติดลบ 10% เนื่องจากแอร์เป็นสินค้าที่ลูกค้าจะชะลอซื้อเมื่อกำลังซื้อในกระเป๋าลดลง ทั้งนี้ตลาดรวมแบ่งเป็นแอร์บ้านในขนาดตั้งแต่ 9 พัน-4 หมื่นบีทียูเป็นสัดส่วน 90-95% ของตลาด และ 5-10% ที่เหลือเป็นแอร์คอมเมอร์เชียล (พาณิชย์) ในขนาดตั้งแต่ 4 หมื่นบีทียูขึ้นไป
ที่มา: ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4130
1 |
|